A PHP Error was encountered

Severity: Notice

Message: Only variable references should be returned by reference

Filename: core/Common.php

Line Number: 257

10 ที่เที่ยวชัยภูมิ สูดไอหมอก ดูดอกกระเจียว
10 ที่เที่ยวชัยภูมิ สูดไอหมอก ดูดอกกระเจียว
Navigator : หน้าแรก > We สตอรี่ > 10 ที่เที่ยวชัยภูมิ สูดไอหมอก ดูดอกกระเจียว

10 ที่เที่ยวชัยภูมิ สูดไอหมอก ดูดอกกระเจียว





กรีนซีซั่นนี้ได้เวลาจัดทริปไปชมสายหมอก ดูดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ หนึ่งในพิกัดต้องห้ามพลาดของคนรักดอกไม้ ซึ่งตอนนี้กำลังออกดอกสะพรั่งสวยงามเต็มผืนป่า เหมาะกับการชวนคนรู้ใจและแก็งค์เพื่อนไปถ่ายรูปด้วยกันมากๆ แต่มาชัยภูมิแล้วที่นี่ได้มีดอกไม้สวยๆ กับป่าเขียวๆ ให้ชมเท่านั้น เมืองนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ อีกมากมายให้ได้มาสัมผัสทั้งวัดวาอารามสวยๆ น้ำตกสุดอลังการ ไปจนถึงผืนป่าสุดกว้างใหญ่ให้ได้มาพักผ่อนและเช็คอินแชร์ความสวยอวดเพื่อนๆ บนโลกโซเชียล ถ้าพร้อมแล้วมาวางแผนไปเที่ยวชัยภูมิด้วยกันเลยจ้า 




1.อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม แค่ชื่อก็บอกเอกลักษณ์ว่าที่นี่ต้องมีหินงามๆ ให้ชม แต่ที่โดดเด่นเป็นหน้าเป็นตาจนกลายเป็นเทศกาลประจำจ.ชัยภูมิ ก็ต้องเจ้าดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วง ที่จะทยอยชูช่อจนเต็มทุ่งกว้างสุดสายตาในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี เรียกว่าเป็นช่วงเวลาไฮไลท์ของธรรมชาติที่นี่เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงามมีจุดท่องเที่ยวให้แวะชมหลายจุด เช่น ผาสุดแผ่นดิน จุดชมวิวที่ตั้งอยู่ตรงจุดสูงสุดของเทือกเขาพังเหย สูง 846 เมตร สามารถมานั่งชมทิวทัศน์สุดสายตาและสายหมอกบนขอบลานหิน ซึ่งอยู่บนเส้นแบ่งเขตระหว่างจ.ลพบุรี และจ.ชัยภูมิพอดิบพอดี  และลานหินงาม แวะชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่กัดกร่อนสลักเสลาจนเกิดประติมากรรมจากหินตามธรรมชาติเป็นรูปร่างแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเสาหินที่หน้าตาเหมือนถ้วยฟีฟ่า แม่ไก่ยักษ์ ปราสาท ช้างเอราวัณ จานเรดาห์ ไปจนถึงมอหำตั้ง มีมุมให้สร้างสรรค์ท่าโพสต์เยอะมาก เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูปไม่แพ้ตรงทุ่งดอกกระเจียวเลย


ที่ตั้ง : อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ 

เวลาเปิด-ปิด : 08:30-16:30 น. ทุกวัน

โทร. : 044 056 141







2.อุทยานแห่งชาติไทรทอง ตั้งอยู่บนสันเขาพังเหยและเป็นเส้นทางชมดอกกระเจียวที่สวยงามและใหญ่ที่สุดของ จ.ชัยภูมิ โดยจะต้องนั่งรถโฟร์วีลเข้าสู่พื้นที่ ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที ความโดดเด่นอยู่ที่ความกว้างใหญ่ของพื้นที่ซึ่งมีจุดให้ชมทุ่งดอกกระเจียวทั้งสีชมพูและสีขาวบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติภายในอุทยานอยู่ถึง 4 แห่ง ดอกกระเจียวที่ขึ้นแซมบนทุ่งหญ้าสลับป่าเต็งรัง ยิ่งในเวลาที่ออกดอกสะพรั่งสุดสายตา ก็ยิ่งเป็นภาพที่น่าทึ่งเหมือนกับอยู่ในความฝันเลยทีเดียว นอกไปจากนี้ตลอดระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตรของเส้นทาง ยังมีจุดชมวิวมุมสูงให้แวะหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณ ผาหำหด ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางถึง 867 เมตร จะมีชะง่อนหินความยาวประมาณ 1 เมตรที่ยื่นออกไปให้คนกล้าไปโพสท่าเท่ๆ กับวิวขุนเขาและป่าสีเขียวทอดยาวสุดสายตา


ที่ตั้ง : อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ 

เวลาเปิด-ปิด : 08:30-16:30 น. ทุกวัน

โทร. : 089 282 3437







3.น้ำตกตาดโตน อยู่ที่อุทยานแห่งชาติตาดโตน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูแลนคา ตัวน้ำตกอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยาน สามารถเดินเท้าไปตามถนนได้เลย ลักษณะด้านบนน้ำตกเป็นลานหินขนาดใหญ่ มีความกว้างกว่า 50 เมตร ขนาบข้างด้วยป่าและต้นไม้น้อยใหญ่ ร่มรื่นมาก ส่วนน้ำตกมีความสูงของสายน้ำประมาณ 6 เมตร มีน้ำไหลตลอดปีเพราะได้น้ำที่ถูกปล่อยมาจากเขื่อนลำปะทาว สามารถเล่นน้ำได้ทั้งบนลานหินและแอ่งน้ำตกด้านล่าง แต่ก็ต้องดูประกาศของทางอุทยานด้วย เพราะช่วงที่น้ำแรงและเยอะก็อาจจะเป็นอันตรายได้

 

ที่ตั้ง : ต.นาฝาย อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ

เวลาเปิด-ปิด : 08:30-18:30 น. ทุกวัน

โทร. : 044 853 293





4.บ้านซับสะเลเต ชุมชนชาวมอญที่มีวัฒนธรรมเฉพาะตัวเรียกว่า วัฒนธรรมญัฮกุร (ยัก-กุน) แปลว่า “คนภูเขา” มาพร้อมคำขวัญว่า “โอโซนร่องลมตะวันตก แหล่งผลไม้เลิศรสแดนอีสาน หอมดอกสเลเต โบราณ ผสมผสานวัฒนธรรมญัฮกุร” ที่นี่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากทางเข้าอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ด้านหน้าทางเข้ามีกังหันไม้ไผ่ขนาดใหญ่สังเกตไม่ยาก สามารถแวะพักที่ร้านกาแฟยายดำ ซื้อพืชผลทางการเกษตรจากชาวบ้าน ไปจนถึงนอนพักโฮมสเตย์ นั่งรถอีแต๊กพาเที่ยวสวนเกษตร ที่มีทั้งสวนกะทกรก มัลเบอร์รี่ ฯลฯ รวมไปถึงชิมอาหารอร่อยสไตล์ชาวบ้าน และขาดไม่ได้ ต้องลอง น้ำดอกสะเลเต ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติในหมู่บ้าน รสหอมหวานชื่นใจ


ที่ตั้ง : บ้านหนองใหญ่ ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. : 084 831 2083







5. มอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา มอหินขาว หรือ สโตนเฮนจ์เมืองไทย เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีความงดงามทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา เป็นกลุ่มหินขนาดใหญ่ 3 กลุ่มที่มีความเก่าแก่หลายล้านปี โดยมีหินทรายก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งเป็นสีขาวและโดดเด่นในพื้นที่ และเป็นที่มาของมอหินขาว ในบริเวณนั้นยังมีเสาหินขนาดใหญ่จำนวน 5 เสา ตั้งเรียงรายเป็นแถว มีความสูงประมาณ 12 เมตร 

อีกทั้งยังมีแท่นหินรูปร่างคล้ายเรือ เจดีย์ หอแอนเมืองปิซา และคล้ายกระดองเต่า ซึ่งจัดเป็นกลุ่มหินกลุ่มที่ 1 ส่วนหินกลุ่มที่ 2 อยู่ห่างออกไป แท่นหินจะมีรูปร่างแปลกแตกต่างกันไป หินกลุ่มที่ 3 อยู่ห่างออกไปอีก 1,500 เมตร มีรูปร่างเป็นเสาหินขนาดเล็กลาดเอียงขึ้นไปจรดหน้าผา นอกจากประติมากรรมทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาของเสาหินรูปแบบต่างๆ แล้ว บริเวณมอหินขาวยังมีดอกไม้ป่าบานสะพรั่งอยู่ทั่วไป นับเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจแก่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมยิ่งนัก

ที่ตั้ง : ตำบลท่าหินงาม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ


6. ภูพระ ตั้งอยู่ที่วัดศิลาอาสน์ ภายในบริเวณวัดมีเพิงผาหินซึ่งมีภาพจำหลักกลุ่มพระพุทธรูป อันเป็นที่มาของชื่อภูพระ อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านมาช้านาน ปัจจุบันมีการสร้างหลังคาครอบไว้ ภูพระ ประกอบด้วยพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร หน้าตักกว้าง 5 ฟุต สูง 7 ฟุต พระหัตถ์ขวาวางอยู่ที่พระเพลา พระหัตถ์ซ้ายพาดอยู่ที่พระชงฆ์ (พระหัตถ์อยู่ในท่าตรงข้ามกับปางมารวิชัย) เรียกกันว่า พระเจ้าตื้อ มีพระพุทธรูปหินทรายขนาดเล็กสูง 7 นิ้วลักษณะเดียวกันอีก 1 องค์ตั้งอยู่ด้านหน้า ใกล้กันมีพระพุทธรูปอีก 7 องค์จำหลักรอบเสาหินทราย ประทับนั่งเรียงแถว ปางสมาธิ 5 องค์ ปางเดียวกับพระเจ้าตื้อ 2 องค์

พระพุทธรูปเหล่านี้มีพุทธลักษณะเป็นแบบพระพุทธรูปอู่ทอง มีอายุอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 ร่วมสมัยอยุธยาตอนต้น ทุกปีจะมีงานนมัสการพระพุทธรูปที่ภูพระปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน ในช่วงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 และวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 ทั้งยังมีประเพณีการรำผีฟ้าเพื่อบวงสรวงในงานเทศกาลช่วงเดือนเมษายนของทุกปีด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลนาเสียว อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ





7. พระมหาธาตุรัชมงคลเจดีย์สิริชัยภูมิ หรือ พระธาตุชัยภูมิ ตั้งประดิษฐานอยู่บนยอดเขาช่องลม สร้างขึ้นตามแบบแผนการสร้างพระเจดีย์แบบโบราณโดยมีเค้าโครงจากการผสมผสานระหว่างศิลปะล้านช้างกับศิลปะอีสาน ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงปราสาทเรือนยอด มีซุ้มจระนำ (ชื่อซุ้มท้ายวิหารหรือท้ายโบสถ์ เป็นช่องตัน มักเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป) ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนศิลปะแบบล้านช้างปางห้ามสมุทรทั้งสี่ทิศ

ส่วนยอดองค์พระเจดีย์บุหุ้มด้วยแผ่นทองจังโก (แผ่นทองสำริด) และปิดทองคำเปลวตามแบบล้านนาส่วนยอดพระเจดีย์หล่อด้วยโลหะทองเหลือง มีปลียอดดอกบัวตูมขนาดฐานกว้าง 12×12 ม. สูง จากฐานถึงยอด 21 ม. องค์พระเจดีย์สร้างครอบมณฑปทรงปราสาทแบบล้านช้าง ใช้สำหรับประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุ อย่างงดงาม นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และศูนย์อบรมบรรยากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี

ที่ตั้ง: อรุณธรรมสถาน บ้านภูสองชั้น ต.เก่าย่าดี อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ



8. ใบเสมาบ้านกุดโง้ง เก็บรักษาอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนวัดกุดโง้ง ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ เป็นใบเสมาหินทรายศิลปะทรวารวดี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวๆ พุทธศตวรรษที่ 12-13 ปัจจุบันมีอายุร่วมพันปี ใบเสมาเหล่านี้ถูกพบเป็นจำนวนมากในบริเวณรอบๆ หมู่บ้าน ส่วนมากถูกฝังอยู่ใต้ดิน ชาวบ้านจึงนำมารวบรวมเอาไว้ในอาคารอย่างเป็นระเบียบ ส่วนมากมีลักษณะเป็นแผ่นใหญ่ ด้านหน้าจำหลักลาย บางแผ่นมีจารึกอยู่ด้านหลังด้วย ลวดลายที่ปรากฏบนใบเสมาเป็นเรื่องราวทางพุทธศาสนาเล่าเรื่องราวชาดกตอนต่างๆ ไม่ก็เป็นภาพรูปเคารพ เช่น ภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนบนดอกบัว ภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนบัลลังก์ใต้ต้นโพธิ์ นับเป็นกลุ่มใบเสมาที่สวยงามกลุ่มหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ในเสมาบางแผ่นยังปรากฏจารึกอักษรปัลวะของอินเดียทางตอนใต้อีกด้วย

ที่ตั้ง : ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ


9. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด 1 ใน 5 แห่งของประเทศ และเป็นผืนป่าแห่งเดียวของภาคอีสานเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์ป่าที่สมบูรณ์ที่สุดที่นี่ยังมีการเพาะเลี้ยงและการขยายพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกยูง เก้ง กวาง และเนื้อทราย โดยปล่อยสัตว์ให้อาศัยอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ สามารถสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ได้เอง ทั้งยังมีการจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยมีไฮไลต์เด็ดอย่าง “ทุ่งกะมัง” ทุ่งกว้างใหญ่เนื้อที่ราว 5,000 ไร่ ตั้งอยู่กลางพื้นที่ป่าภูเขียวค่อนไปทางทิศตะวันตก ลักษณะเป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติบนลูกเนินสูงต่ำสลับดังลูกคลื่น มีธารน้ำหลายสายไหลผ่าน พื้นที่โดยรอบเป็นป่าดิบเขา บางตอนมีป่าสนขึ้นสลับกับต้นเหียงและต้นก่อ ทั้งยังมีพันธุ์ไม้ดอกหลายชนิดขึ้นบริเวณกลางทุ่งกะมังด้วย

ที่ตั้ง : อ.คอนสาร อ.ภูเขียว อ.เกษตรสมบูรณ์ และอ.หนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ



10. เขื่อนจุฬาภรณ์ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนน้ำพรม ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร สร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นลำน้ำพรมบนเทือกเขาขุนพาย มีลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้ง แกนกลางเป็นดินเหนียว ตัวเขื่อนยาว 700 เมตร ความสูงจากฐานราก 70 เมตร มีลักษณะเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ในความดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยใช้ประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและอำนวยประโยชน์ด้านเกษตรกรรม 

นอกจากนั้นอ่างเก็บน้ำของเขื่อนยังเป็นแห่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดอีกด้วย บริเวณโดยรอบเขื่อนมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ พระพุทธสิริสัตตราชจำลอง ซึ่งประดิษฐานอยู่บริเวณหัวเขื่อนฝั่งซ้าย สวนเขื่อนจุฬาภรณ์ที่ตกแต่งเป็นป่าอนุรักษ์เหมาะแก่การพักผ่อน และศาลาชมวิวหลุบควน ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ระดับความสูง 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล บริเวณเขื่อนมีทิวทัศน์ที่งดงาม อากาศเย็นสบายตลอดปี ภายในมีบริการบ้านพัก ร้านอาหาร และเรือสำหรับล่องชมอ่างเก็บน้ำไว้รับรองนักท่องเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสารจังหวัดชัยภูมิ






TAG -

ความคิดเห็น